femto lasik นวัตกรรมใหม่สำหรับการทำเลสิค

เชื่อว่าคงมีหลายคนที่สนใจทำเลสิค ถอดใจไปตั้งแต่รู้กระบวนการรักษาอย่างละเอียด ที่ต้องเริ่มต้นด้วยการใช้มีดกรีดกระจกตาเพื่อแยกชั้นก่อน แน่นอนว่าขณะที่ทำการรักษาจริงจะไม่มีความรู้สึกเจ็บ แต่มันเป็นความหวาดกลัวตามธรรมชาติ เวลาที่มีของมีคมมาสัมผัสกับอวัยวะที่เซนซิทีฟที่สุดของเรา นวัตกรรม femto lasik ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา จึงนับว่าตอบโจทย์และช่วยให้คนกลุ่มนี้เปิดใจรับการรักษาได้มากขึ้น

รู้จัก femto lasik ที่ช่วยให้การทำเลสิคเป็นเรื่องง่าย

การทำเลสิคที่มีชื่อว่า femto lasik นี้ เป็นการนำเลเซอร์มาใช้แทนใบมีดในการแยกชั้นกระจกตา สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ คุณสมบัติของเลเซอร์จะเพิ่มความแม่นยำในการกำหนดความหนาของชั้นกระจกตาได้ดีกว่าเดิม 3-4 เท่าทีเดียว ชั้นกระจกตาที่ถูกปรับเปลี่ยนก็จะมีผิวที่เรียบสนิท ไม่มีภาวะกระจกตาไม่สมบูรณ์ หรือเกิดปัญหาแทรกซ้อนอื่นๆ คนที่มีดวงตาขนาดเล็ก ก็สามารถทำการรักษาด้วยนวัตกรรม femto lasik ได้ดี ขณะที่ก่อนหน้านี้คนดวงตาเล็กจะมีเงื่อนไขในการทำค่อนข้างเยอะ แล้วก็มีความเสี่ยงมากกว่า เพราะว่ามีพื้นที่ให้แพทย์ทำงานน้อย ความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์จึงกลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ผู้เข้ารับการรักษามีความกังวลด้วยเหมือนกัน

ข้อดีของการทำเลสิคด้วย femto lasik

นอกจากผลลัพธ์การปรับเปลี่ยนค่าสายตาที่จะตรงกับความต้องการมากขึ้นแล้ว กระบวนการของ femto lasik ยังดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ดวงตามีความบอบช้ำน้อยมาก แผลหายเร็ว หากต้องการพักฟื้นก็จะใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน แต่ความจริงหลังการรักษาสามารถมองเห็นได้ตามปกติทันที แค่อาจจะรู้สึกดวงตาอ่อนล้าเล็กน้อยเท่านั้น เรื่องระดับความปลอดภัยยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะทุกอย่างควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ความคลาดเคลื่อนนับว่ามีน้อยมาก นอกจากนี้ femto lasik ยังเพิ่มโอกาสในการรักษาสำหรับกลุ่มคนที่มีกระจกตาบางมาก ซึ่งเดิมทีจะไม่สามารถทำเลสิคได้เลย หรือถ้าทำได้ก็ไม่อาจให้ผลดีอย่างที่ใจต้องการ แถมยังเสี่ยงจะเกิดปัญหาตามมาได้ง่ายด้วย

โฟมล้างหน้าสำหรับคนท้อง เลือกอย่างไรดี

คุณแม่ตั้งครรภ์อาจประสบกับปัญหาจาก “สิว” ที่เกิดจากฮอร์โมนที่ขึ้นอย่างฉับพลัน หรือรอยหมองคล้ำและรอยดำบนแก้ม ที่เรียกว่า Mask of Pregnancy ทำให้ต้องมองหาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและที่สำคัญต้องปลอดภัยสำหรับเด็กในท้องอีกด้วย เพราะโฟมล้างหน้าสำหรับคนท้อง โลชั่นทาผิว เครื่องสำอางบางชนิด มีสารที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ไปจนถึงช่วงให้นมบุตร ดังนั้นคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ ควรพิจารณาเลือกสกินแคร์ จากส่วนผสมที่ปลอดภัยและหลีกเลี่ยงสกินแคร์ ดังนี้

ส่วนผสมที่ปลอดภัยสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

1.กรดอะเซลาอิก (Azelaic Acid)
สารต่อต้านแบคทีเรียนี้มักใช้ในการรักษาโรคผิวหนังอักเสบและผลิตภัณฑ์กำจัดสิว เพราะช่วยลดรอยแดงและช่วยเจือจางเม็ดสีผิว ไม่มีผลกระทบที่เป็นอันตรายต่อทั้งแม่และเด็ก

2.น้ำมันเมล็ดองุ่น (Grapeseed Oil)
พบได้ในเซรั่มและน้ำมันทาตัว เป็นส่วนผสมจากธรรมชาติทั้งหมด สามารถใช้ทาภายนอกได้ทั้งในระหว่างตั้งครรภ์และระยะให้นมบุตร แต่ไม่ควรรับประทานผลิตภัณฑ์จากน้ำมันเมล็ดองุ่นขณะตั้งครรภ์

3. กรดไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid)
คือสารที่ช่วยให้ความชุ่มชื้นและเติมเต็มผิวให้ดูอิ่มน้ำ เหมาะสำหรับช่วงตั้งครรภ์และช่วยให้นมบุตรดีต่อผิวและไม่มีผลกระทบต่อคุณแม่และทารกในครรภ์

4. กรดแลคติด (Lactic Acid)
กรดอัลฟาไฮดรอกซีหรือที่รู้จักกันในชื่อกรด AHA พบได้ตามผลิตภัณฑ์ขัดผิวต่างๆและไม่มีผลข้างเคียงใดๆ

5. ไนอาซินามาย (Niacinamide)
พบได้ในผลิตภัณฑ์รักษาสิวและโรคผิวหนังอักเสบชนิดอ่อนโยน หรือที่รู้จักกันดีในชื่อวิตามินบี 3 ช่วยลดรอบแดงและการอักเสบจากสิว

6.ไทเทเนียม ไดออกไซด์ (Titanium Dioxide)
เป็นส่วนประกอบสำคัญของครีมกันแดดชนิด Mineral Sunscreens ช่วยปกป้องผิวจากการถูกทำร้ายด้วยรังสียูวี สามารถใช้ได้ทั้งใบหน้าและลำตัวทั้งในระหว่างตั้งครรภ์และหลังคลอด

7. วิตามินซี (Vitamin C)
หากเกิดจุดด่างดำหรือสีผิวไม่สม่ำเสมอระหว่างตั้งครรภ์ วิตามินซีช่วยแก้ไขได้ดี เนื่องจากวิตามินซีมีคุณสมบัติเหมือนสารจำพวกเบต้าแคโรทีน ที่ช่วยสร้างคอลลาเจนให้แก่ผิวได้

8. ซิงค์ออกไซด์ (Zinc Oxide)
เป็นส่วนผสมหลักในครีมกันแดดประเภทมิเรรัลซันสกีน สามารถใช้ได้ในช่วงตั้งครรภ์เนื่องจากไม่ดูดซึมสู่ผิว เป็นสารป้องกันภายนอกเท่านั้น นอกจากนี้เครื่องสำอางที่อยู่ในตระกูลมิเนรัลเมคอัพก็เป็นทางเลือกที่ดีในช่วงตั้งครรภ์

สุดท้ายนี้เราหวังว่าคุณแม่ที่ตั้งครรภ์จะได้รับข้อมูลและเข้าใจส่วนผสมต่างๆก่อนการตัดสินใจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับคนท้อง และหากคุณแม่ท่านไหนที่กำลังมองหาโฟมล้างหน้าสำหรับคนท้อง เราขอแนะนำ โฟมล้างหน้าสำหรับคนท้องของ Zeblanc ที่มีสูตรอ่อนโยน ปราศจากสารอันตรายต่อลูกในครรภ์ ช่วยลดการเกิดสิว และเหมาะสำหรับคนผิวแพ้ง่าย โดยผ่านการทดสอบการระคายเคืองและได้รับการยอมรับจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

 

 

ดูดไขมันเหนียง หน้าจะเรียวได้จริงหรือ

เหนียงใต้คาง เป็นจุดหนึ่งที่สร้างความกังวลใจให้กับสาว ๆ ได้เป็นอย่างมาก เพราะหน้าไม่เข้ารูป เห็นคางชัดเจนจนเกินไป แถมแต่งหน้าปกปิดอย่างไรก็ไม่สามารถทำได้ และที่สำคัญถ่ายรูปออกมาแต่ละทีเห็นเหนียงใต้คางชัดเป็นอย่างมาก จะแก้ปัญหาเหนียงด้วยการศัลยกรรมคางใหม่ก็กลัวเจ็บ การดูดไขมัน จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดในปัจจุบัน แต่การ ดูดไขมันเหนียง จะสามารถทำให้หน้าเรียวจริงหรือไม่ เรามาไขข้อข้องใจกัน

ทำไมต้องเลือก ดูดไขมันเหนียง

การดูดไขมัน เป็นการนำไขมันส่วนเกินบริเวณต่าง ๆ ออก โดยทีไม่ต้องทำการผ่าตัด แต่ช่วยให้รูปร่างหน้าตาเข้ารูปและกระชับมากยิ่งขึ้น ในเวลาอันรวดเร็วทำให้ การดูดไขมัน เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แถมทำแล้วฟื้นตัวเร็ว ไม่ต้องพักฟื้นนาน ใบหน้าเรียวสวยอย่างเป็นธรรมชาติ โดยสามารถเปรียบเทียบได้จากภาพก่อนทำและหลังทำ ทำให้การดูดไขมันส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะ ดูดไขมันเหนียง ที่ช่วยให้ใบหน้าที่ดูกลม ใหญ่ ดูเรียวเล็กได้จริง 100%

ดูดไขมันเหนียง จะต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง

การดูดไขมันให้หน้าเรียวขึ้น โดยเฉพาะดูดบริเวณเหนียง เป็นบริเวณที่กำลังฮิตเป็นอย่างมากในปัจจุบัน โดยมีผู้ทำหลาย ๆ คนต่างก็สงสัยว่าหากต้องการจะดูดไขมันเหนียง จะต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง มาดูกัน

  • สำหรับการดูดไขมัน จะต้องมีช่วงอายุประมาณ 30 – 40 ปี เพราะเป็นช่วงที่ผิวมีความยืดหยุ่นดีที่สุด
  • ในการดูดไขมันผู้ที่เหมาะกับการดูดไขมันมากที่สุดก็คือพวกที่มีไขมันบริเวณใบหน้า ซึ่งเริ่มตั้งแต่เหนียง แก้มล่าง หรือแนวขอบกราม ซึ่งการจะมีหน้าเรียวสวยได้การดูดไขมันส่วนต่าง ๆ จะทำให้หน้าเล็กและกระชับมากขึ้น

การดูดไขมันเหนียง เป็นการช่วยแก้ปัญหาใบหน้าได้ผลเป็นอย่างดี โดยที่คุณไม่ต้องไปศัลยกรรมให้เจ็บตัว แถมยังพักฟื้นนานกว่าจะหาย แต่การดูดไขมัน สามารถทำได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องพักฟื้น หลังดูดเสร็จสามารถกับบ้านได้ทันที สามารถเข้าไปดูข้อมูลเกี่ยวกับการการดูดไขมันเหนียงได้ที่ www.fatcenterbkk.com

Professional Hair Transplant Clinic in Thailand

Nowadays, the population of foreigner who lives in Thailand is massive. The problem that always occurs with human is Hair problem, for the foreigner who seeking for the solution . Hair Transplant is recommended for you because hair transplant can solve your problem cogently ,but it is complicated to choose the hair transplant in Thailand from the many of numbers.

This article will present about the professional character of Hair Transplant Clinic in Thailand to advise your consideration of choosing the Hair Transplant in Thailand. There are some factor that made Hair Transplant in Thailand being a professional Hair Transplant Clinic as a following below :

Technology – The professional Hair Transplant Clinic in Thailand must have readiness and up-to-date technology to response the need of the patient.

Medical Team – The medical team is important factor to decide the clinic. The medical team in you clinic must have a potential to service the patient. Although your clinic have high technology, but your clinic has no potential on medical team your clinic will not become a professional Hair Transplant Clinic in Thailand.

Certificate – The certificate is not less important, it be able to make confident to your patient and make your Hair Transplant Clinic in Thailand become more professional. The certificate that guaranteed from public health organization is more reliable for your patient.

Prices – The price must reasonable for patient. If your service can not reach the quality that patient paid the money, your clinic will rejected from the patient’s choice of Hair Transplant in Thailand.

Conclusion, the factors are mentioned in this article is some factor from overall to realize you to know what is the Professional Hair Transplant Clinic. Hopefully this article can advise you to easily considerate choosing Hair Transplant in Thailand.

By the way, the Hair Transplant in Thailand that have high technology, potential on medical team, certificate from public health organization and reasonable price – NIDA Esth Clinic, the Professional Hair Transplant in Thailand advisor and solution for hair’s problem more detail: https://www.nidaskincosmetic.com/services/hair-services/ur-cell-hair-micro-transplant-thailand

บอกลาไขมันส่วนเกินกับหมอลูกหนูดูดไขมัน

ไขมันส่วนเกินตามส่วนต่างๆในร่างกายเป็นปัญหาที่ทำให้เกิดความไม่มั่นใจกับใครหลายๆคน วันนี้เราจะมาบอกลาไขมันเหล่านั้นไปพร้อมๆกับ หมอลูกหนู ดูดไขมัน เพื่อนำความมั่นใจเหล่านั้นกลับคืนมาและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

ทำไมต้องดูดไขมันกับ หมอลูกหนู ดูดไขมัน ?

เพราะดูดไขมัน หมอลูกหนูมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ครบครันไม่ว่าจะเป็นดูดไขมันแบบ Vaser, Body Tite หรือจะเป็น Body Jet เป็นต้น หมอลูกหนู ดูดไขมันนอกจากเทคโนโลยีแล้วก็ยังมีความพร้อมและความเชี่ยวชาญในเรื่องของทีมแพทย์อีกด้วยทั้งการรับรองและประสบการณ์ต่างๆที่มีมาอย่างยาวนาน สามารถให้คำปรึกษาและรายละเอียดได้ครบถ้วนทั้งก่อนทำหรือหลังทำการดูดไขมัน

การดูดไขมัน หมอลูกหนู ดีอย่างไร ?

หมอลูกหนู ดูดไขมัน มีหลากหลายการบริการ สามารถดูดไขมันเฉพาะส่วนที่เราต้องการด้วยเทคโนโลยี่ที่แตกต่างกันออกไปตามความเหมาะสม ดูดไขมันหมอลูกหนูสามารถทำได้ทั้งเพศชายและเพศหญิง และนอกจากการที่เราดูดไขมันเพื่อปรับรูปร่างให้ดูดีขึ้นแล้วยังสามรถนำไขมันเหล่านั้นมาเติมเต็มในส่วนที่ยังไม่สมบูรณ์ได้อีกด้วย

รวมข้อสงสัยก่อนการดูดไขมัน หมอลูกหนู

  • ดูดไขมัน หมอลูกหนูต้องใช้ยาสลบไหม? – ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้เกิดการช้ำ ระบม น้อยกว่าสมัยก่อนทำให้ไม่ต้องใช้การวางยาสลบ แต่จะใช้เป็น ยาชา เพื่อระงับความรู้สึกแทน
  • ดูดไขมัน หมอลูกหนูต้องพักฟื้นกี่วัน? – เนื่องจากไม่ต้องใช้การวางยาสลบหลังจากดูดไขมันคนไข้สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้
  • หมอลูกหนู ดูดไขมันต้องเย็บแผลไหม? – คนไข้สามารถปรึกษากับคุณหมอและทีมแพทย์ก่อนการดูดไขมันได้ว่าเลือกที่จะเย็บหรือไม่เย็บแผลเนื่องจากแผลจะเป็นแผลแบบเล็กประมาณ 0.2-0.5 เซนติเมตร
  • ดูดไขมัน หมอลูกหนูราคาประมาณเท่าไหร่? – เนื่องด้วยความต้องการของคนไข้ไม่เหมือนกันและขนาดของส่วนที่คนไข้ต้องการดูดไขมันก็จะแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นราคาก็จะปรับเปลี่ยนตามไปด้วย คนไข้สามารถปรึกษาสอบถามรายละเอียดราคาของการดูดไขมันกับคุณหมอและทีมแพทย์ได้โดยตรงก่อนการทำดูดไขมัน

สามารถสอบถามรายละเอียด หมอลูกหนู ดูดไขมัน เพิ่มเติมได้ที่ www. marvelousclinic.com 

การดูดไขมันคืออะไร?

การดูดไขมัน ถือเป็นการศัลยกรรมประเภทหนึ่งที่มีมานาน และต้องอาศัยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการปฏิบัติเพื่อผลลัพธ์ที่ดีและเพื่อความปลอดภัยของผู้ที่มาดูดไขมัน ในปัจจุบันเทคนิค และเครื่องมือในการดูดไขมันมีความทันสมัยด้วยมีการพัฒนามากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นเครื่องมือที่ใช้ดูดไขมันจึงถูกปรับเปลี่ยนให้มีขนาดเล็กลง ซึ่งจะช่วยให้เข้าไปกำจัดไขมันสะสมตามบริเวณต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และแผลจากการดูดไขมันก็มีขนาดเล็กลงเช่นกัน

ตำแหน่งยอดฮิตที่ผู้คนนิยมมาดูดไขมัน
การดูดไขมันเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยจัดการปัญหาไขมันส่วนเกินที่ยากจะจำกัดให้บรรเทาลง โดยตำแหน่งที่ผู้คนนิยมมาดูดไขมันปรับรูปร่างให้มีขนาดเล็กลงและกระชับขึ้น ได้แก่ เหนียง ต้นแขน หน้าท้อง ต้นขา สะโพก และอื่น ๆ ซึ่งจะกระทำการดูดไขมันด้วยการทำให้ไขมันแตกตัวและละลายก่อนแล้วจึงดูดไขมันออกมา ทำให้ไขมันดูดออกมาได้ง่ายมากขึ้นด้วยการใช้เทคนิคต่าง ๆ เช่น การใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ การใช้แรงดันน้ำ การปล่อยคลื่นวิทยุ และการลงความร้อน เป็นต้น

การดูดไขมันได้ผลถาวรไหม?
ขออธิบายว่า การดูดไขมันเป็นเพียงการปรับเปลี่ยนรูปร่างให้มีความกระชับและมีสัดส่วนมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นการดูดไขมันในบริเวณต่าง ๆ จึงไม่การันตีว่าไขมันจะหมดไปอย่างถาวร เพียงแต่ช่วยให้ดีขึ้นเท่านั้น สมมติมีไขมันอยู่ 100% หลังดูดออกอย่างมากจะออกไป 60% ของไขมันทั้งหมด หลังจากนั้นไขมันอาจจะกลับมาใหม่เมื่อทานอาหาร ซึ่งอาจจะกลับมาเพียง 80% เท่านั้น แต่ถ้าหากไม่มีการควบคุมอาหารและออกกำลังกายที่ดีพอ ไขมันก็อาจกลับมาเท่าเดิมได้เช่นกัน

สิ่งที่สำคัญหลังจากดูดไขมัน
1. ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ และทางคลินิกอย่างเคร่งครัด
2. งดการอาบน้ำในวันแรก และอาบน้ำวันถัดไป โดยติดพาสเตอร์กันน้ำติดแผลก่อนอาบน้ำทุกครั้ง
3. อย่าให้แผลโดนแดด เพราะอาจจะทำให้แผลเกิดสีคล้ำหรือดำได้
4. 3 วันแรก ให้ใส่ชุดกระชับตลอด 24 ชม. หลังจากนั้นใส่เพียงวันละ 12 ชม. เป็นเวลา 1 เดือน เพื่อป้องกันการเกิดก้อนหรือผิวไม่เรียบ
5. งดกิจกรรมหนัก ทั้งการออกกำลังกายและการยกของหนักเพื่อป้องกันแผลเปิดหรือแผลฉีกขาด และสามารถออกกำลังกายเบา ๆ ได้ หลังจาก 2 อาทิตย์
6. งดทานของเค็มและแอลกอฮอล์ รวมถึงของหมักดองทุกชนิดเพื่อให้แผลหายเร็วขึ้น
7. หากมีอาการผิดปกติหรือเกิดความไม่แน่ใจหลังการดูดไขมัน ให้ปรึกษาแพทย์หรือทางคลินิกอย่างเร่งด่วนในช่องทางที่สะดวก

สำหรับคนที่มีปัญหาไขมันสะสม ไขมันส่วนเกิน หรือผิวหย่อนคล้อย และต้องการคำปรึกษาจากหมอลูกหนู แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลรูปร่างโดยเฉพาะ สามารถติดต่อเข้ามาที่ Marvelous Clinic ที่สุดของความมหัศจรรย์ด้านความงาม ที่พร้อมจะเนรมิตรูปร่างให้คุณมีสัดส่วนที่สวยงามมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นต้นแขน สะโพก ต้นขา ทั้งขาใน ขานอก หน้าท้องส่วนล่าง และเอวเอส เพราะที่มาร์เวลลัส คลินิก สามารถออกแบบรูปร่างของคุณได้ตามที่คุณต้องการได้

ปลูกผมทางเลือกใหม่ด้วยเทคโนโลยี UR CELL Hair Micro Transplant

สำหรับท่านที่ประสบปัญหา ผมร่วง ผมบาง ต้องการที่จะทำการปลูกผม แต่ไม่อยากที่จะผ่าตัด หรือกินยา ปัจจุบันได้มีเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า การปลูกผม แบบ UR CELL Hair Micro Transplant เกิดขึ้น เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการปลูกผมในปัจจุบันนี้

เทคโนโลยี UR CELL Hair Micro Transplant เป็นการนำ ”สเต็มเซลล์จากรากผมนำมาปลูกใหม่” ซึ่งต่างจากการปลูกผมทั่วไปที่ต้องใช้ทั้งรากผมในการปลูกใหม่ การปลูกผมด้วย UR CELL Hair Micro Transplant “ไม่จำเป็นต้องกินยา ไม่ต้องผ่าตัด และไม่ต้องใช้เวลาฟักฟื้น” เหมือนการปลูกผมด้วยวิธีการทั่วไป แถมยังสามารถ “ยับยั้งการเกิดผมร่วงหลังการปลูกผม” ได้อีกด้วย

ในปัจจุบันการปลูกผมด้วย UR CELL Hair Micro Transplant ยังไม่เป็นที่แพร่หลายในประเทศไทยมากนัก เนื่องด้วยเป็นเทคโนโลยีสิทธิบัตรที่ต้องมีการรับรองการนำเข้าอย่างถูกต้องมาจากต่างประเทศ แต่ประเทศไทยในปัจจุบันก็ได้มีคลินิคนำเข้าเทคโนโลยี UR CELL Hair Micro Transplant มาใช้ เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษาให้กับผู้ประสบปัญหาเกี่ยวกับเส้นผมได้อีกด้วย

NIDA Esth’ Clinic เป็นหนึ่งในคลินิคผิวหนัง-ศัลยกรรมที่นำเข้าเทคโนโลยีการปลูกผมแบบ UR CELL Hair Micro Transplant เข้ามาใช้ในประเทศไทยและได้รับรองมาตรฐานการนำเข้าเทคโนโลยีสิทธิบัตรอย่างถูกต้อง และเป็นคลินิคที่มีประสบการณ์ทางด้านผิวหนังและศัลยกรรมจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกว่า 21 ปี ทำให้เป็นหนึ่งในทางเลือกของการตัดสินใจเรื่องปลูกผม

สนใจปลูกผมกับ NIDA Esth’ Clinic ด้วยเทคโนโลยี UR CELL Hair Micro Transplant คลิกดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : www.nidaskincosmetic.com/th/บริการ/ฟื้นฟูปัญหาเส้นผม/ปลูกผมถาวร-ur-cell-hair-micro-transplant

ทำรากเทียม All On 4 โดยไม่ต้องง้อฟันปลอม

การทำงานรากเทียม All on 4 เพื่อให้ฟันเทียมได้ยึดกับเหงือกอย่างถาวร โดยไม่สามารถถอดออกได้ เปรียบเสมือนฟันจริง ๆ ที่ติดอยู่ในปากตลอดเวลา ซึ่งการใส่รากเทียม All On 4 ทันตแพทย์จะเป็นผู้แนะนำว่าควรใช้เท่าไหร่ วิเคราะห์จากหลาย ๆ องค์ประกอบ และการทำรากฟันเทียม All on 4 เหมาะกับใครบ้าง วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกันค่ะ

รากฟันเทียม All on 4 เหมาะกับใคร?
1. ผู้ที่มีฟันหายทั้งปาก
2. ผู้ที่สูญเสียกระดูกรอบฟันเป็นเวลานาน
3. ผู้ที่ใส่ฟันปลอมแล้วรู้สึกหลวมหรือใส่ไม่พอดี
4. ผู้ที่มีปัญหาโรคเหงือกและภาวะสูญเสียฟันในขั้นรุนแรง
5. ผู้ที่มีปัญหาสูญเสียกระดูกบริเวณกรามหลังการสูญเสียฟัน

ข้อดีของรากฟันเทียม All On 4
• ระยะเวลาในการรักษาสั้นกว่าการทำรากเทียมแบบอื่นๆ
• สามารถใส่รากเทียมได้ตั้งแต่วันแรก
• รากเทียมจะมีความแข็งแรงมากกว่า
• ดูแลรักษาได้ง่ายเหมือนฟันธรรมชาติ
• ประหยัดเวลาและค่ารักษา ลดความจำเป็นในการปลูกถ่ายกระดูก

วิธีการดูแลตัวเองหลังผ่าตัด
• ควรทำความสะอาดด้วยการแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง การแปรงฟันหลังรับประทานอาหารเป็นการเริ่มวินัยที่ดีในการดูแลสุขภาพช่องปาก
• ควรทำความสะอาดด้วยไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง จะช่วยให้ฟันสะอาดมากยิ่งขึ้น
• งดเคี้ยวอาหารที่มีความแข็งมากกเกินไป เนื่องจากอาจจะส่งผลกระทบต่อรากฟัน
• พบทันตแพทย์ตามนัดทุกครั้ง

หากใครที่กำลังมองหาวิธีการรักษารากฟันเทียม All On 4 เราขอแนะนำ ศูนย์ทันตกรรมเพื่อความงาม PMDC ก็มีบริการรากฟันเทียมสำหรับผู้ที่สูญเสียฟัน ดูแลรักษาโดยทีมทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านรากฟันเทียมโดยเฉพาะ ด้วยประสบการณ์มากกว่า 30 ปี คลิกเข้าไปดูรายละเอียดการทำรากฟันเทียม All On 4 ได้ที่นี่เลย >>> https://www.pmdc-dental.com/th/ทันตกรรมตกแต่ง/ทันตกรรมรากฟันเทียม-all-on-4

การเตรียมตัวสำหรับวางยาสลบในการดูดไขมัน

การดูดไขมัน ในยุคปัจจุบันนี้เจ็บน้อยลงกว่าสมัยก่อนมาก ด้วยเทคโนโลยีการแพทย์ที่ก้าวหน้า เครื่องมือและเทคนิคการดูดไขมันจึงมีการพัฒนาอยู่เสมอ อย่างไรก็ตามถึงแม้จะเจ็บน้อยลงแต่บางคนก็ยังรู้สึกกลัวและกังวลในเรื่องความเจ็บปวดอยู่ดังนั้นจึงมีการวางยาสลบไว้เป็นทางเลือกนั่นเอง สำหรับคนที่ ตัดสินใจใช้วิธีวางยาสลบในการดูดไขมันคงสงสัยว่าควรจะต้องเตรียมตัวอย่างไร มาดูกันค่ะ

1.แจ้งอาการแพ้ โดยต้องแจ้ง สิ่งที่แพ้ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นสารเคมี อาหาร ยารักษาโรคฯลฯ รวมไปถึงปัญหาสุขภาพด้วย เพื่อที่แพทย์จะได้วางแผนการรักษาได้อย่างรัดกุมและปลอดภัยมากที่สุด

2.งดน้ำและอาหาร ต้องงดอย่างน้อย 8 ชั่วโมงก่อนเข้ารับการดูดไขมัน เพื่อป้องกันการสำลักในขณะที่คนไข้ยังสลบอยู่ เพราะหากสำลักจริง จะเป็นอันตรายอย่างมาก แต่ถ้าหากคนไข้ทานไปแล้ว จะต้องแจ้งทีมแพทย์เพื่อวางแผนเวลาการดูดไขมันใหม่อีกครั้ง

3.ตัดเล็บสั้นและไม่ทาสีเล็บ เพื่อประโยชน์ในการวัดค่าออกซิเจนและค่าความเข้มข้นของเลือดในร่างกาย

4.งดแต่งหน้าและสวมใส่เครื่องประดับ การแต่งหน้านั้นเป็นอุปสรรคต่อการสังเกตความเปลี่ยนแปลงในร่างกาย ส่วนเครื่องประดับก็เช่นเดียวกัน อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการสูญหายด้วย นอกจากนี้คอลแทคเลนส์และฟันปลอมก็ต้องถอดออกเช่นเดียวกัน

5.แจ้งอาการเจ็บป่วย การเจ็บป่วยบางชนิดแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่ถ้ามองข้ามไปก็อาจเป็นอันตรายในการดูดไขมันได้เช่นเดียวกัน เช่น ฟันโยก มีเสมหะ มีน้ำมูก ไอ เจ็บคอ หรือเจ็บป่วยด้วยโรคอื่นๆในระบบทางเดินอาหาร ดังนั้นอย่าลืมแจ้งแพทย์ก่อนเข้ารับบริการด้วย

6.พักผ่อนให้เพียงพอ ในคืนก่อนดูดไขมันก็ต้องนอนหลับพักผ่อนให้ได้อย่างน้อย 8 ชั่วโมงเพื่อลดโอกาสในการเกิดผลข้างเคียง ถ้าหากนอนน้อยเกินไปอาจทำให้เมายาสลบได้ง่ายขึ้นหรือเมานานกว่าปกติได้

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับยาสลบในการดูดไขมันนั้นทำได้ไม่ยากเพราะอันที่จริงแล้วก็คล้ายกับการเข้ารับการผ่าตัดทั่วไป เพียงแต่คนไข้บางรายอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็กจึงอาจประมาทในการเตรียมตัวได้ หากขาดการเตรียมตัวที่ดีไม่ว่าจะการดูดไขมันหรือการทำศัลยกรรมประเภทอื่น จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงมากยิ่งขึ้น สำหรับสาวๆท่านใดที่กำลังตัดสินใจดูดไขมัน อิสสวีร์คลินิก เราบริการดูดไขมันให้กับสาวๆ ไม่ว่าจะเป็นดูดไขมันต้นขา ดูดไขมันหน้าท้อง ดูดเหนียง ที่นี่มีบริการให้ครบ มั่นใจได้ในความปลอดภัย ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการดูดไขมันมามากกว่า 3,000 เคส สาวๆท่านใดสนใจสามารถดูรีวิวการดูดไขมันหรือเข้ามารับคำปรึกษากันก่อนได้เลยค่ะ

รู้รอบด้านกับเรื่องครอบฟันเสริมสร้างความมั่นใจ

หากเรามีฟันแตก ฟันผุ ฟันหัก การครอบฟัน นับเป็นวิธีที่ทำให้ฟันสวยและเป็นธรรมชาติมากที่สุด โดยปกติแล้วธรรมชาติของเราถ้าหากมีการเกิดสูญเสียโครงสร้างตัวฟันบางอย่าง เราสามารถทำการอุดฟันได้ แต่การอุดฟันนั้นจะก็มีข้อจำกัด คือเราจะต้องมีเนื้อฟันมากระดับหนึ่งพอที่จะโอบวัสดุ ซึ่งถ้าเราเสียโครงสร้างของฟันมากเกินไปนั้น เราจะต้องเลือกทำครอบฟันแทน

วัสดุในการครอบฟัน
วัสดุในการทำครอบฟันก็จะมีหลายแบบทั้งใช้วัสดุโลหะหรือไม่ก็เซรามิค โดยที่จะเลือกวัสดุอะไรนั้นเราจะต้องดูอายุในการใช้งาน ลักษณะการใช้งาน และดูว่าเราเสียโครงสร้างฟันไปแค่ไหน แต่วัสดุที่ใช้การครอบฟันนั้นมีความแข็งแรงทนทาน เพราะสามารถใช้งานได้นานกว่า 10 ปีเลย

วิธีการครอบฟันในแบบที่เข้าใจง่าย
ส่วนวิธีครอบฟัน คือ เราจะต้องทำการพิมพ์ฟันไว้ก่อน เพื่อที่ทางแพทย์จะได้นำรูปแบบของฟันไปทำวัสดุที่เหมาะสม โดยระหว่างนั้นทางคุณหมอก็จะใช้ที่ครอบฟันแบบชั่วคราวให้ก่อน เมื่อตัวครอบฟันมาก็จะนำของชั่วคราวออก และใส่ตัวที่พิมพ์ออกมาให้กับผู้ที่เข้ารับการรักษา

วิธีการดูแลหลังทำการครอบฟันแล้ว
• เริ่มต้นจากการดูแลแบบง่าย ๆ เพื่อให้ใช้งานได้นานที่สุด และไม่ส่งผลกระทบในแง่ร้ายกับกระดูกฟัน ทุกวันระหว่างแปรงฟัน เราจะต้องใช้ไหมขัดฟัน แปรงสีฟันขนาดเล็กขัดตามร่องเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ ในส่วนรอบต่อระหว่างตัวครอบฟันกับฟันจริงที่เรามีอยู่จะต้องใช้แปรงขัดฟันขัดบริเวณนั้นให้สะอาด

• การดูแลที่ครอบฟันนับว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก หากไม่ทำจะส่งผลในแง่ร้ายที่ว่า ตัวอาหารที่เรากินอาจติดอยู่บริเวณนั้น จนทำให้เกิดจุลินทรีย์ในช่องฟัน เจ้าตัวจุลินทรีย์เหล่านี้ก็จะสร้างกรดขึ้นมา จนกัดกร่อนกระดูกฟันเกิดการเสียหาย ซึ่งนับว่าจะทำให้ยุ่งยากมากกว่าเดิม

ปัญหาสุขภาพฟันเป็นเรื่องที่เราไม่ควรละเลย หรือปล่อยทิ้งไว้นานๆเพราะอาจจะทำให้เราสูญเสียฟันของเราก่อนระยะเวลาอันควร แต่ถ้าถึงขั้นที่จะต้องครอบฟันก็อย่าได้ลังเลที่จะทำ ทางที่ดีไปปรึกษาทัตนแพทย์ก่อนเพื่อรับการรักษาที่ดีที่สุด แล้วคุณจะกลับมามีฟันที่สวย สามารถยิ้มได้อย่างมั่นใจ และเคี้ยวอาหารแบบไม่ต้องกังวล

การครอบฟันสามารถช่วยแก้ปัญหาความผิดปกติแก้ปัญหาเกี่ยวฟันให้กับมาเป็นฟันธรรมชาติได้อีกครั้ง ท่านใดที่กำลังสนใจวิธีการรักษาครอบฟัน เราขอแนะนำ ศูนย์ทันตกรรมเพื่อความงาม PMDC ผู้เชี่ยวชาญทางการรักษาครอบฟันโดยเฉพาะ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ >>> https://www.pmdc-dental.com/th/ข่าวทันตกรรม/ครอบฟันคืออะไร-ทำได้ในกรณีไหนบ้าง